|

|
วัดข่วงสิงห์ เดิมชื่อวัดข่วงสิงห์ไขยมงคล สร้างเมื่อ พ.ศ.2137 โดยพระเจ้า กาวิละ ผู้ครองนครเชียงใหม่ ข่วง คือ พื้นที่ราบกว้างที่ใช้ประโยชน์ ในกิจกรรมต่าง ๆ ตรงกับคำว่าลานและสนาม ข่วงสิงห์ คือ สนามโล่งในอดีต ที่ระดมทหารจัดระเบียบหรือทำพิธีข่มนามก่อนที่จะยกทัพไปราชการสงคราม เนื่องมาจากชาวล้านนารับความเชื่อจากไทใหญ่ พม่า ว่าสิงห์เป็นสัตว์ที่มีอำนาจ จึงสร้างสิงห์ไว้บริเวณนี้เพื่อให้ชาวเมือและทหารมีกำลังใจในการสู้รบและช่วยปกปักรักษาบ้านเมือง ตั้งอยู่เลขที่ 15 ถ.โชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทร. 0-5322-1839 |

|
วัดเชตวัน วัดเชตวันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์มังราย แต่ครั้งเมืองเชียงใหม่เป็นราชธานี มีอายุนานหลายร้อยปี ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อร้อยปี ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2466 ถือเป็นปูชนียสถานที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยนครเชียงใหม่เป็นราชธานีแห่งอาณาจักรล้านนา ตั้งอยู่บนถนนท่าแพ เลขที่ 314 ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทร. 0-5323-4750 |
|

|
วัดเชียงมั่น อยู่ถนนราชภาคินัย ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดภายในตัวเมืองเชียงใหม่เมื่อพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. 1839 พระองค์ทรงยกพระตำหนักเชียงมั่น ถวายเป็นพระอารามให้ชื่อว่า วัดเชียงมั่น วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเชียงใหม่ คือ พระเสตังคมณี หรือพระแก้วขาว ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่ มีสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่ เจดีย์สี่เหลี่ยมผสมทรงกลม ฐานช้างล้อม พระอุโบสถ และหอไตร |

|
วัดเชียงยืน เป็นวัดที่อยู่ใกล้กับแจ่งศรีภูมิ ตั้งอยู่ เลขที่ 160 ถ.มณีนพรัตน์ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นวัดที่มีมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าคือ ที่ประดิษฐานมหาธาตุเจดีย์ ลักษณะรูปทรงแปดเหลี่ยมอันสื่อความหมายถึง เดชบารมีแผ่ไปในทิศทั้งแปด |
|

|
วัดป่าตัน วัดป่าตันตั้งอยู่เลขที่3 บ้านป่าตัน ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ต.ป่าตัน อ.เมือง เชียงใหม่ สร้างเมื่อปีพ.ศ. 2318 เดิมชื่อวัดคอกควาย วัดป่าตันนับว่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของเชียงใหม่ มีโบราณสถานโบราณวัตถุมากมาย มีความเป็นมาในด้านประวัติศาสตร์ โดยมีการฝังลูกนิมิต มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ผูกพัทธสีมา ซึ่งก็แปลว่า เขตทำสังฆกรรมซึ่งวัดป่าตันได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ซึ่งเป็นเขตที่ได้พระราชทานแก่สงฆ์เพื่อใช้เป็นที่ทำสังฆกรรม |
 |
วัดสำเภา ตั้งอยู่ถนนราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เป็นปูชนียสถาน ที่สร้างสมัยนพบรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ เป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียน อักขระพื้นเมือง มีพระวิหาร พระอุโบสถ และพระเจดีย์หุ้มด้วยแผ่นทองสัมฤทธิ์ www.watsampao.th.gs |
|

|
วัดล่ามช้าง ตั้งอยู่เลขที่ 32 ถนนมูลเมือง ซอย 7 ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตามประวติของวัดกล่าวไว้ว่า เมื่อ พ.ศ. 1835 - 1839 พญามังรายมหาราชกษัตริย์แคว้นล้านนา ได้มาสร้างเมืองเชียงใหม่ ทรงประทับอยู่ ณ เวียงเล็กหรือเวียงเชียงมั่น (วัดเชียงมั่นในปัจจุบัน) เพื่อเตรียมอุปกรณ์การสร้างเมือง พญามังรายได้ทรงเชิญพญาร่วมหรือขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์แคว้นสุโขทัยและพญางำเมือง กษัตริย์แคว้นพะเยาหรือภูกามยาม มาร่วมปรึกษาสร้างเมืองด้วย สร้างเสร็จแล้วได้ขนานนามเมืองว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" ด้านทิศตะวันออกของเวียงเล็ก เป็นป่าไม้มีหนองน้ำใหญ่ ช้างราชพาหนะของกษัตริย์ทั้งสามพระองค์และของข้าราชบริพาร คงเลี้ยงและล่ามไว้บริเวณนี้ เรียกว่า "เวียงเชียงช้าง" ต่อมาได้สร้างวัดขึ้นที่เวียงเชียงช้าง ณ ที่เลี้ยงและล่ามชางเพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถาน ขนานนามว่า "วัดล่ามช้าง" และปั้นรูปช้างถูกล่ามเลี้ยงไว้เป็นสัญลักษณ์ |

|
วัดควรค่าม้า ตั้งอยู่ที่บนถนนเรียบคูเมืองด้านประตูช้างเผือก คุณพ่อขับรถผ่านบ่อยๆ มีรูปปั้นม้าสีทองอยู่หน้าวัด วันนี้เลยเข้าไปดู เป็นวัดเล็กๆไม่กว้างเท่าไร่ สร้างมาเกือบ 500 ปีแล้ว ประวัติมีว่าเมือ่ก่อนที่ตรงนี้เป็นที่เลี้ยงม้า ต่อมาม้าได้ล้มตายลง เจ้าของอาลัยถึงม้าจึงสร้างวัดขึ้นเพื่อความเหมาะสมเท่ากับคุณค่าของม้า
|
|

|
วัดอุโมงคเถรจันทร์ ตั้งอยู่เลขที่ 29 ถ.ราชภาคินัย ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ด้านในของกำแพงเมืองเชียงใหม่ ซึ่งบริเวณใกล้เคียงวัดจะมีวัดบ้านปิง
ในต้นฤดูหนาว ปี พ.ศ.2461 พบว่าเป็นวัดร้าง มีอาณาบริเวณไม่กว้างมากนักและมีซากอุโมงค์สำหรับเป็นที่เดินจงกรม มีความยาวประมาณ 6 เมตร กว้าง 1.1 เมตร ลึกประมาณ 2.1 เมตร มีป้ายติดอยู่กับหลักบอกชื่อว่า "วัดอุโมงค์ (เถรจันทร์)" เรียกอีกอย่างว่า "วัดโพธิ์น้อย" มีเนื้อที่ทั้งหมด 2 ไร่ 2 งาน 43 ตารางวา เป็นวัดที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 |

|
วัดเจดีย์หลวง หรือวัดโชติการาม หรือราชกูฏ หรือกุฏาราม ตั้งอยู่ถนนพระปกเกล้า วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่พอดี ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ ๗ แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.๑๙๑๓-๑๙๕๔) ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิม แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๐๒๔ และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานระหว่าง พ.ศ.๒๐๑๑-๒๐๙๑ นานถึง ๘๐ ปี ต่อมาในสมัยพระนางจิระประภา ได้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อ พ.ศ. ๒๐๘๘ ทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลง ปัจจุบันเจดีย์มีความสูงคงเหลือ ๔๐.๘ เมตร ฐานกว้างด้านละ ๖๐ เมตร
|
|

|
วัดเจ็ดลิน เป็นวัดที่มีหนองน้ำอยู่ด้านในของวัด สถานที่ตั้งของวัดจะอยู่ใกล้กับตลาดประตูเชียงใหม่ ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่เยื้องกับวัดหมื่นตูม(แต่ป้ายวัดเขียนว่า "หมื่นตุม") ชาวบ้านเรียกว่าวัดหนองจลิน ตำนานเมืองเชียงใหม่กล่าวว่าเคยเป็นที่สรงน้ำพระของพระเมกุฏสุทธิวงศ์กษัตริย์เชียงใหม่ เมื่อครั้งทำพิธีราชาภิเษกขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ |

|
วัดดับภัย วัดดับภัย ตั้งอยู่ที่ ถ. สิงหราช ต. ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วัดดับภัย เดิมชื่อ วัดอภัย หรือ วัดตุงกระด้าง มีตำนานเล่าว่า เมื่อพญาอภัยล้มป่วยทำการรักษาอย่างไรก็ไม่ทุเลา จึงตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าหลวงพ่อดับภัย อาการเจ็บป่วยก็หายไปพลัน พญาอภัยจึงให้บริวารลูกหลานตั้งบ้านเรือนบริเวณวัด และบูรณะปฏิสังขรณ์ จึงเรียกชื่อใหม่ว่าวัดดับภัย เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบพื้นเมืองล้านนา วัดแห่งนี้มีบ่อน้ำอยู่หน้าวิหาร เชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ สมัยพระเจ้าอินทวโรรส เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 8 เสด็จกลับจากกรุงเทพ ฯ ต้องแวะมาวัดดับภัย เพื่อนำน้ำในบ่อนี้ไปสรงน้ำพระพุทธมนต์ ก่อนแวะไปวัดเชียงยืนเพื่อสืบดวงชะตา |
|

|
วัดโลกโมฬี ตั้งอยู่ตำบลศรีศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ด้านทิศเหนือนอกกำแพงเมืองเชียงใหม่ตามประวัติแล้วชื่อของวัดปรากฏในสมัยของพระเจ้ากือนา ทรงโปรดให้คณะสงฆ์ของพระมหาอุทุมพรบุปผา มหาสวามี จำนวน 10 รูป จำพรรษาอยู่ที่วัดโลก สมัยพระเมืองแก้วในปี พ.ศ.2070 โปรดให้สร้างวิหารและมหาเจดีย์ ในปี พ.ศ.2088 พระเมืองเกษเกล้าถูกปลงพระชนม์ ได้นำอัฐิมาบรรจุไว้ที่เจดีย์วัดโลกนี้ ต่อมาในปี พ.ศ.2121 พระนางวิสุทธิเทวี ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ทิวงคต ได้ทำการถวายพระเพลิงและบรรจุอัฐิไว้ในเจดีย์วัดโลกนี้
|
 |
วัดสวนดอก หรือ วัดบุปผาราม คือพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่บนถนนสุเทพ ตำบลสุเทพอำเภอเมืองเชียงใหม่ ในอดีตนั้นป็นสวนดอกไม้ (ต้นพยอม) ของเจ้านายฝ่ายเหนือใน ราชวงศ์เม็งราย โดยในปี พ.ศ. 1914 (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ของพระรัตนปัญญาเกตุ) พระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง ราชวงศ์เม็งราย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็น "พระอารามหลวง" เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของ "พระมหาเถระสุมน" ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ในแผ่นดินล้านนา และสร้างองค์พระเจดีย์เพื่อประดิษฐาน "พระบรมสารีริกธาตุ" 1 ใน 2 องค์ ที่ "พระมหาเถระสุมน" อัญเชิญมาจากสุโขทัย ในปี พ.ศ. 1912 (องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์ ใน วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร) |
 |
วัดพระสิงห์ ตั้งอยู่ที่ถนนสามล้าน ต.พระสิงห์ เป็นวัดที่มีนักท่องเที่ยวรู้จักคุ้นชื่อกันดี พญาผายู กษัตริย์เชียงใหม่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อบรรจุพระอัฐิของพญาคำฟู ซึ่งเป็นพระราชบิดา เดิมชื่อว่า วัดลีเชียงพระ บริเวณหน้าวัดแห่งนี้เคยเป็นกาดมาก่อน ชาวบ้านเรียกว่า กาดลี วัดพระสิงห์มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ หอไตร สร้างเป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ ที่ตัวผนังตึกด้านนอกประดับด้วยทวยเทพปูนปั้นแต่งองค์ทรงเครื่องสวยงาม เป็นฝีมือช่างสมัยพระเมืองแก้ว ต่อมาในสมัยเจ้าแก้วนวรัฐได้มีการซ่อมแซมขึ้นใหม่ ประมาณ พ.ศ. 2467 ที่ฐานหอไตรปั้นเป็นลายลูกฟักลดบัวภายในประดับด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ และประจำยาม ที่มีลักษณะละม้ายลายสมัยราชวงศ์เหม็งของจีน |

|
วัดพันอ้น เป็นวัดในสมัยของพระเมืองแก้วกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ตั้งอยู่ที่ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างประเทศ ส่วนมากชาวต่างประเทศก็เที่ยวตามวัดในคูเมืองครับ บริเวณรอบวัดพันอ้นก็มี Guest House ให้บริการห้องพักแก่นักท่องเที่ยวครับ |
|

|
วัดหมื่นตูม ตั้งอยู่ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นวัดที่อยู่เยื้องๆกับวัดเจ็ดลิน อุโบสถด้านข้างประตูวัด อีกรูปหนึ่งก็เป็นรูปของการแกะสลักตรงบานประตูทางเข้าอุโบสถครับ ซึ่งอุโบสถหลังนี้มีการเขียนไว้ด้านบนบานประตูว่าบูรณะปฏิสังขรณ์ 23 พย. พ.ศ. 2529 ครับ ถัดจากอุโบสถหลังนี้ไปก็จะเป็นพระวิหารครับ ซึ่งตอนที่ผมไปทางวัดได้ปิดไว้ ผมลองถามเด็กๆที่มาปั่นจักรยานเล่นบริเวณลานวัดแล้ว เค้าบอกว่าทางวัดจะเปิดให้เฉพาะวันพระหรือช่วงเข้าพรรษา ให้ญาติโยมที่อยู่บริเวณรอบๆวัดมาทำวัตรเย็นครับ |

|
วัดทุงยู ตั้งอยู่ ถ.ราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2119 เดิมชื่อ ตูยยู หรือ วัดทูยยู มีพระอุโบสถ สร้างแบบล้านนาไทย ทำเป็นคอนกรีตหินอ่อนลงรักปิดทอง มีภาพฝาผนัง ช่อฟ้าใบระกา ทำด้วยไม้สักปิดทอง โก่งคิ้วเป็นรูปโค้งไม่มีรวงผึ้ง นอกจากนี้ ยังมี ศาลาการเปรียญ กฎิสงฆ์ วิหาร ทรงล้านนาไทย |
|
วัดประทานพร ตั้งอยู่ในหมู่บ้านป่าฮ่า หมู่ที่ 2 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยสถานที่ตั้งของวัดนั้นเป็นที่สาธารณะ และเคยเป็นป่าช้าเก่ามาก่อน |
 |
วัดอุปคุต ตั้งอยู่บนถนนท่าแพ ห่างจากสะพาน นวรัฐไม่ถึง 100 เมตร ภายในวิหารวัดอุปคุตมี ภาพวาดจิตรกรรมที่เขียนบนผนังวิหาร เขียนขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2470 ฝีมือของพ่อบุญปั๋น พงษ์ประดิษฐ์ เป็นภาพวาดเกี่ยวกับเรื่องพระเวสสันดรชาดก ที่ใช้สภาพท้องถิ่นชาวเหนือถ่ายทอดเรื่องราว เช่น บ้านกาแล เครื่องแต่งกายแบบชาวเหนือ |
|

|
วัดพวกช้าง ตั้งอยู่ เลขที่ ๒ ถ.ศรีดอนไชย ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร.๐๘๙-๗๕๙๐๓๒๔ เป็นวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ สร้างในสมัยราชวงศ์มังราย ตั้งอยู่ทิศอาคเนย์เฉียงเวียงใต้เวียงหลวง ใกล้แจ่งกะต๊ำ เป็นวัดขนาดเล็ก ชั้นนราษฎร์ ได้รับการทำนุบำรุงสืบต่อมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์มังราย สมัยพม่าปกครองประเทศล้านนา สมัยกรุงธนบุรี จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ปัจจุบัน
|

|
วัดอินทขีล วัดอินทขีล หรือ วัดสะดือเมือง วัดร้าง) เป็นกลุ่มโบราณสถานยุคแรกของเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่ ณ กลางเวียงเชียงใหม่ (ปัจจุบันก็คือ บริเวณหอประชุมติโลกราช ข้างศาลากลางจังหวัดเก่า) |
|

|
วัดกู่คำ ตั้งอยู่เลขที่ 220 บ้านกู่คำ ถนนแก้วนวรัตน์ ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย วิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ หอไตร ศาลาอเนก ประสงค์ ปูชนียวัตถุ เจดีย์
|
 |
วัดมณเทียร ตั้งอยู่ที่ริมคูเมืองด้านทิศเหนือ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นวัดที่มีประวัติสำคัญวัดหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ในอดีตสร้างเมื่อ พศ.1976 |
|
วัดดาวดึงษ์ วัดดาวดึงษ์ ตั้งอยู่เลขที่ 20 บ้านดาวดึงษ์ ถนนราชเชียงใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ.2040 เดิมชื่อวัดเมืองสาบ ชาวบ้านเรียกว่า วัดบ้านดาวดึงษ์ |
|
|
|
|
|
วัดป่าแพ่ง |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
วัดพวกแต้ม |
|
|
|
วัดเมธัง |
|
|
|
วัดศรีเกิด |
|
|
|
|
|
วัดหมื่นล้าน |
|
|
|
|
|
วัดทรายมูลเมือง |
|
วัดธาตุคำ |
|
วัดนันทาราม |
|
วัดบุพพาราม |
|
วัดป่าพร้าวนอก |
|
วัดผ้าขาว |
|
|
|
วัดพวกเปีย |
|
|
|
|
วัดฟ่อนสร้อย |
|
วัดศรีดอนไชย |
|
วัดศรีปิงเมือง |
|
วัดศรีสุพรรณ |
|
|
|
วัดหมื่นสาร |
|
วัดหัวฝาย |
|
|
|
|
|
วัดเกตการาม |
|
วัดเชตุพน |
|
วัดท่าสะต๋อย |
|
วัดเมืองสาตรน้อย |
|
วัดเมืองสาตรหลวง |
|
วัดสันป่าข่อย |
|
วัดหม้อคำตวง |
|
|