Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot dot
dot
เมนู
dot
bulletHome
bulletเกี่ยวกับหน่วยงาน
bulletงาน/โครงการ
bulletสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละอำเภอ
bulletแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ
bulletติดต่อเรา
dot
Newsletter

dot
dot
เว็บไซต์หน่วยงานสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
dot
bulletกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
bulletสำนักพัฒนาการท่องเที่ยว
bulletการกีฬาแห่งประเทศไทย
bulletการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
bulletสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาทั่วประเทศ
dot
เว็บไซต์สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัด
dot
bulletwww.thai-tour.com
bulletสวนสัตว์เชียงใหม่
bulletเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
bulletเครือข่ายพันธมิตรท่องเที่ยวล้านนา
dot
เว็บเกี่ยวกับกีฬา
dot
bulletข่าวสารวงการกีฬา
bulletวิเคราะห์กีฬา
bulletผลฟุตบอลทั่วโลก
dot
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
dot
bulletสุขภาพ
bulletศิลปะการป้องกันตนเอง
dot
เบ็ดเตล็ด
dot
bulletปฏิทินท่องเที่ยว
bulletปฏิทินกีฬา
bulletตัวอย่างระเบียบการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ
bulletเจ้าหน้าที่ จกน.
bulletการสอบราคา
dot
สถานีโทรทัศน์
dot
bulletช่อง 3
bulletช่อง 5
bulletช่อง 7
bulletModernine TV




เที่ยววัดในอำเภอเมือง

 

วัดข่วงสิงห์
        เดิมชื่อวัดข่วงสิงห์ไขยมงคล 
สร้างเมื่อ พ.ศ.2137  โดยพระเจ้า
กาวิละ  ผู้ครองนครเชียงใหม่  ข่วง
คือ พื้นที่ราบกว้างที่ใช้ประโยชน์
ในกิจกรรมต่าง ๆ  ตรงกับคำว่าลานและสนาม  ข่วงสิงห์  คือ  สนามโล่งในอดีต  ที่ระดมทหารจัดระเบียบหรือทำพิธีข่มนามก่อนที่จะยกทัพไปราชการสงคราม   เนื่องมาจากชาวล้านนารับความเชื่อจากไทใหญ่  พม่า  ว่าสิงห์เป็นสัตว์ที่มีอำนาจ  จึงสร้างสิงห์ไว้บริเวณนี้เพื่อให้ชาวเมือและทหารมีกำลังใจในการสู้รบและช่วยปกปักรักษาบ้านเมือง
       ตั้งอยู่เลขที่  15  ถ.โชตนา  ต.ช้างเผือก  อ.เมือง  จ.เชียงใหม่  50300  โทร. 0-5322-1839

วัดเชตวัน
      วัดเชตวันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์มังราย  แต่ครั้งเมืองเชียงใหม่เป็นราชธานี  มีอายุนานหลายร้อยปี  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อร้อยปี  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อ  พ.ศ.2466  ถือเป็นปูชนียสถานที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยนครเชียงใหม่เป็นราชธานีแห่งอาณาจักรล้านนา
      ตั้งอยู่บนถนนท่าแพ  เลขที่  314  ต.ช้างม่อย  อ.เมือง จ.เชียงใหม่  50300  โทร. 0-5323-4750

วัดเชียงมั่น
อยู่ถนนราชภาคินัย  ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง  เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดภายในตัวเมืองเชียงใหม่เมื่อพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. 1839 พระองค์ทรงยกพระตำหนักเชียงมั่น ถวายเป็นพระอารามให้ชื่อว่า วัดเชียงมั่น วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเชียงใหม่ คือ พระเสตังคมณี หรือพระแก้วขาว ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่ มีสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่ เจดีย์สี่เหลี่ยมผสมทรงกลม ฐานช้างล้อม พระอุโบสถ และหอไตร

วัดเชียงยืน
  เป็นวัดที่อยู่ใกล้กับแจ่งศรีภูมิ ตั้งอยู่ เลขที่ 160 ถ.มณีนพรัตน์ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่   เป็นวัดที่มีมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าคือ ที่ประดิษฐานมหาธาตุเจดีย์ ลักษณะรูปทรงแปดเหลี่ยมอันสื่อความหมายถึง เดชบารมีแผ่ไปในทิศทั้งแปด

วัดป่าตัน
วัดป่าตันตั้งอยู่เลขที่3 บ้านป่าตัน ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ต.ป่าตัน อ.เมือง เชียงใหม่ สร้างเมื่อปีพ.ศ. 2318 เดิมชื่อวัดคอกควาย วัดป่าตันนับว่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของเชียงใหม่ มีโบราณสถานโบราณวัตถุมากมาย มีความเป็นมาในด้านประวัติศาสตร์ โดยมีการฝังลูกนิมิต มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ผูกพัทธสีมา ซึ่งก็แปลว่า เขตทำสังฆกรรมซึ่งวัดป่าตันได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ซึ่งเป็นเขตที่ได้พระราชทานแก่สงฆ์เพื่อใช้เป็นที่ทำสังฆกรรม
วัดสำเภา
         ตั้งอยู่ถนนราชดำเนิน  ต.ศรีภูมิ  อ.เมือง เป็นปูชนียสถาน  ที่สร้างสมัยนพบรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่   เป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียน  อักขระพื้นเมือง  มีพระวิหาร  พระอุโบสถ  และพระเจดีย์หุ้มด้วยแผ่นทองสัมฤทธิ์
www.watsampao.th.gs

วัดล่ามช้าง
ตั้งอยู่เลขที่ 32 ถนนมูลเมือง ซอย 7 ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่    ตามประวติของวัดกล่าวไว้ว่า เมื่อ พ.ศ. 1835 - 1839 พญามังรายมหาราชกษัตริย์แคว้นล้านนา ได้มาสร้างเมืองเชียงใหม่ ทรงประทับอยู่ ณ เวียงเล็กหรือเวียงเชียงมั่น (วัดเชียงมั่นในปัจจุบัน) เพื่อเตรียมอุปกรณ์การสร้างเมือง พญามังรายได้ทรงเชิญพญาร่วมหรือขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์แคว้นสุโขทัยและพญางำเมือง กษัตริย์แคว้นพะเยาหรือภูกามยาม มาร่วมปรึกษาสร้างเมืองด้วย สร้างเสร็จแล้วได้ขนานนามเมืองว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" ด้านทิศตะวันออกของเวียงเล็ก เป็นป่าไม้มีหนองน้ำใหญ่ ช้างราชพาหนะของกษัตริย์ทั้งสามพระองค์และของข้าราชบริพาร คงเลี้ยงและล่ามไว้บริเวณนี้ เรียกว่า "เวียงเชียงช้าง" ต่อมาได้สร้างวัดขึ้นที่เวียงเชียงช้าง ณ ที่เลี้ยงและล่ามชางเพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถาน ขนานนามว่า "วัดล่ามช้าง" และปั้นรูปช้างถูกล่ามเลี้ยงไว้เป็นสัญลักษณ์

วัดควรค่าม้า
       ตั้งอยู่ที่บนถนนเรียบคูเมืองด้านประตูช้างเผือก คุณพ่อขับรถผ่านบ่อยๆ มีรูปปั้นม้าสีทองอยู่หน้าวัด วันนี้เลยเข้าไปดู เป็นวัดเล็กๆไม่กว้างเท่าไร่ สร้างมาเกือบ 500 ปีแล้ว ประวัติมีว่าเมือ่ก่อนที่ตรงนี้เป็นที่เลี้ยงม้า ต่อมาม้าได้ล้มตายลง เจ้าของอาลัยถึงม้าจึงสร้างวัดขึ้นเพื่อความเหมาะสมเท่ากับคุณค่าของม้า

วัดอุโมงคเถรจันทร์
ตั้งอยู่เลขที่ 29 ถ.ราชภาคินัย ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ด้านในของกำแพงเมืองเชียงใหม่ ซึ่งบริเวณใกล้เคียงวัดจะมีวัดบ้านปิง   
ในต้นฤดูหนาว ปี พ.ศ.2461 พบว่าเป็นวัดร้าง มีอาณาบริเวณไม่กว้างมากนักและมีซากอุโมงค์สำหรับเป็นที่เดินจงกรม มีความยาวประมาณ 6 เมตร กว้าง 1.1 เมตร ลึกประมาณ 2.1 เมตร มีป้ายติดอยู่กับหลักบอกชื่อว่า "วัดอุโมงค์ (เถรจันทร์)" เรียกอีกอย่างว่า "วัดโพธิ์น้อย" มีเนื้อที่ทั้งหมด 2 ไร่ 2 งาน 43 ตารางวา เป็นวัดที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2522


  วัดเจดีย์หลวง
       
หรือวัดโชติการาม หรือราชกูฏ หรือกุฏาราม ตั้งอยู่ถนนพระปกเกล้า วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่พอดี ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ ๗ แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.๑๙๑๓-๑๙๕๔) ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิม แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๐๒๔ และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานระหว่าง พ.ศ.๒๐๑๑-๒๐๙๑ นานถึง ๘๐ ปี ต่อมาในสมัยพระนางจิระประภา ได้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อ พ.ศ. ๒๐๘๘ ทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลง ปัจจุบันเจดีย์มีความสูงคงเหลือ ๔๐.๘ เมตร ฐานกว้างด้านละ ๖๐ เมตร

วัดเจ็ดลิน
เป็นวัดที่มีหนองน้ำอยู่ด้านในของวัด สถานที่ตั้งของวัดจะอยู่ใกล้กับตลาดประตูเชียงใหม่ ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่เยื้องกับวัดหมื่นตูม(แต่ป้ายวัดเขียนว่า "หมื่นตุม") ชาวบ้านเรียกว่าวัดหนองจลิน ตำนานเมืองเชียงใหม่กล่าวว่าเคยเป็นที่สรงน้ำพระของพระเมกุฏสุทธิวงศ์กษัตริย์เชียงใหม่ เมื่อครั้งทำพิธีราชาภิเษกขึ้นครองเมืองเชียงใหม่

    วัดดับภัย
         วัดดับภัย ตั้งอยู่ที่ ถ. สิงหราช ต. ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วัดดับภัย เดิมชื่อ “วัดอภัย” หรือ “วัดตุงกระด้าง” มีตำนานเล่าว่า เมื่อพญาอภัยล้มป่วยทำการรักษาอย่างไรก็ไม่ทุเลา จึงตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าหลวงพ่อดับภัย อาการเจ็บป่วยก็หายไปพลัน พญาอภัยจึงให้บริวารลูกหลานตั้งบ้านเรือนบริเวณวัด และบูรณะปฏิสังขรณ์ จึงเรียกชื่อใหม่ว่าวัดดับภัย เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบพื้นเมืองล้านนา วัดแห่งนี้มีบ่อน้ำอยู่หน้าวิหาร เชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ สมัยพระเจ้าอินทวโรรส เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 8 เสด็จกลับจากกรุงเทพ ฯ ต้องแวะมาวัดดับภัย เพื่อนำน้ำในบ่อนี้ไปสรงน้ำพระพุทธมนต์ ก่อนแวะไปวัดเชียงยืนเพื่อสืบดวงชะตา

วัดโลกโมฬี
      ตั้งอยู่ตำบลศรีศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ด้านทิศเหนือนอกกำแพงเมืองเชียงใหม่ตามประวัติแล้วชื่อของวัดปรากฏในสมัยของพระเจ้ากือนา ทรงโปรดให้คณะสงฆ์ของพระมหาอุทุมพรบุปผา มหาสวามี จำนวน 10 รูป จำพรรษาอยู่ที่วัดโลก สมัยพระเมืองแก้วในปี พ.ศ.2070 โปรดให้สร้างวิหารและมหาเจดีย์ ในปี พ.ศ.2088 พระเมืองเกษเกล้าถูกปลงพระชนม์ ได้นำอัฐิมาบรรจุไว้ที่เจดีย์วัดโลกนี้ ต่อมาในปี พ.ศ.2121 พระนางวิสุทธิเทวี ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ทิวงคต ได้ทำการถวายพระเพลิงและบรรจุอัฐิไว้ในเจดีย์วัดโลกนี้

วัดสวนดอก
      หรือ วัดบุปผาราม คือพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่บนถนนสุเทพ ตำบลสุเทพอำเภอเมืองเชียงใหม่  ในอดีตนั้นป็นสวนดอกไม้ (ต้นพยอม) ของเจ้านายฝ่ายเหนือใน ราชวงศ์เม็งราย โดยในปี พ.ศ. 1914 (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ของพระรัตนปัญญาเกตุ) พระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง ราชวงศ์เม็งราย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็น "พระอารามหลวง" เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของ "พระมหาเถระสุมน" ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ในแผ่นดินล้านนา และสร้างองค์พระเจดีย์เพื่อประดิษฐาน "พระบรมสารีริกธาตุ" 1 ใน 2 องค์ ที่ "พระมหาเถระสุมน" อัญเชิญมาจากสุโขทัย ในปี พ.ศ. 1912 (องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์ ใน วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร)
วัดพระสิงห์
     ตั้งอยู่ที่ถนนสามล้าน ต.พระสิงห์ เป็นวัดที่มีนักท่องเที่ยวรู้จักคุ้นชื่อกันดี พญาผายู กษัตริย์เชียงใหม่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อบรรจุพระอัฐิของพญาคำฟู ซึ่งเป็นพระราชบิดา เดิมชื่อว่า วัดลีเชียงพระ บริเวณหน้าวัดแห่งนี้เคยเป็นกาดมาก่อน ชาวบ้านเรียกว่า กาดลี วัดพระสิงห์มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ หอไตร สร้างเป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ ที่ตัวผนังตึกด้านนอกประดับด้วยทวยเทพปูนปั้นแต่งองค์ทรงเครื่องสวยงาม เป็นฝีมือช่างสมัยพระเมืองแก้ว ต่อมาในสมัยเจ้าแก้วนวรัฐได้มีการซ่อมแซมขึ้นใหม่ ประมาณ พ.ศ. 2467 ที่ฐานหอไตรปั้นเป็นลายลูกฟักลดบัวภายในประดับด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ และประจำยาม ที่มีลักษณะละม้ายลายสมัยราชวงศ์เหม็งของจีน
      

วัดพันอ้น
เป็นวัดในสมัยของพระเมืองแก้วกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ตั้งอยู่ที่ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างประเทศ ส่วนมากชาวต่างประเทศก็เที่ยวตามวัดในคูเมืองครับ บริเวณรอบวัดพันอ้นก็มี Guest House ให้บริการห้องพักแก่นักท่องเที่ยวครับ

วัดหมื่นตูม
      ตั้งอยู่ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นวัดที่อยู่เยื้องๆกับวัดเจ็ดลิน   อุโบสถด้านข้างประตูวัด อีกรูปหนึ่งก็เป็นรูปของการแกะสลักตรงบานประตูทางเข้าอุโบสถครับ ซึ่งอุโบสถหลังนี้มีการเขียนไว้ด้านบนบานประตูว่าบูรณะปฏิสังขรณ์ 23 พย. พ.ศ. 2529 ครับ ถัดจากอุโบสถหลังนี้ไปก็จะเป็นพระวิหารครับ ซึ่งตอนที่ผมไปทางวัดได้ปิดไว้ ผมลองถามเด็กๆที่มาปั่นจักรยานเล่นบริเวณลานวัดแล้ว เค้าบอกว่าทางวัดจะเปิดให้เฉพาะวันพระหรือช่วงเข้าพรรษา ให้ญาติโยมที่อยู่บริเวณรอบๆวัดมาทำวัตรเย็นครับ

วัดทุงยู
   ตั้งอยู่ ถ.ราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง   สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2119  เดิมชื่อ  ตูยยู  หรือ วัดทูยยู  มีพระอุโบสถ  สร้างแบบล้านนาไทย  ทำเป็นคอนกรีตหินอ่อนลงรักปิดทอง มีภาพฝาผนัง ช่อฟ้าใบระกา ทำด้วยไม้สักปิดทอง  โก่งคิ้วเป็นรูปโค้งไม่มีรวงผึ้ง  นอกจากนี้ ยังมี ศาลาการเปรียญ กฎิสงฆ์ วิหาร ทรงล้านนาไทย

วัดประทานพร
    
ตั้งอยู่ในหมู่บ้านป่าฮ่า   หมู่ที่ 2
 ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่  โดยสถานที่ตั้งของวัดนั้นเป็นที่สาธารณะ และเคยเป็นป่าช้าเก่ามาก่อน
 

วัดอุปคุต
       ตั้งอยู่บนถนนท่าแพ ห่างจากสะพาน นวรัฐไม่ถึง 100 เมตร ภายในวิหารวัดอุปคุตมี ภาพวาดจิตรกรรมที่เขียนบนผนังวิหาร เขียนขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2470 ฝีมือของพ่อบุญปั๋น พงษ์ประดิษฐ์ เป็นภาพวาดเกี่ยวกับเรื่องพระเวสสันดรชาดก ที่ใช้สภาพท้องถิ่นชาวเหนือถ่ายทอดเรื่องราว เช่น บ้านกาแล เครื่องแต่งกายแบบชาวเหนือ

วัดพวกช้าง
      ตั้งอยู่  เลขที่ ๒  ถ.ศรีดอนไชย  ต.หายยา  อ.เมือง  จ.เชียงใหม่ โทร.๐๘๙-๗๕๙๐๓๒๔  เป็นวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่  สร้างในสมัยราชวงศ์มังราย  ตั้งอยู่ทิศอาคเนย์เฉียงเวียงใต้เวียงหลวง  ใกล้แจ่งกะต๊ำ  เป็นวัดขนาดเล็ก  ชั้นนราษฎร์  ได้รับการทำนุบำรุงสืบต่อมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์มังราย   สมัยพม่าปกครองประเทศล้านนา   สมัยกรุงธนบุรี   จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ปัจจุบัน   

วัดอินทขีล
      วัดอินทขีล หรือ วัดสะดือเมือง วัดร้าง) เป็นกลุ่มโบราณสถานยุคแรกของเมืองเชียงใหม่  ตั้งอยู่ ณ กลางเวียงเชียงใหม่ (ปัจจุบันก็คือ บริเวณหอประชุมติโลกราช ข้างศาลากลางจังหวัดเก่า)

วัดกู่คำ
     ตั้งอยู่เลขที่ 220 บ้านกู่คำ ถนนแก้วนวรัตน์ ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่    อาคารเสนาสนะประกอบด้วย วิหาร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ หอไตร ศาลาอเนก ประสงค์ ปูชนียวัตถุ เจดีย์
วัดมณเทียร
      ตั้งอยู่ที่ริมคูเมืองด้านทิศเหนือ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นวัดที่มีประวัติสำคัญวัดหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ในอดีตสร้างเมื่อ พศ.1976
        
วัดดาวดึงษ์
       วัดดาวดึงษ์ ตั้งอยู่เลขที่ 20 บ้านดาวดึงษ์ ถนนราชเชียงใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ.2040 เดิมชื่อวัดเมืองสาบ ชาวบ้านเรียกว่า วัดบ้านดาวดึงษ์

 

 

วัดป่าแพ่ง 

 

วัดพวกแต้ม
วัดเมธัง
วัดศรีเกิด
วัดหมื่นล้าน
วัดทรายมูลเมือง วัดธาตุคำ
วัดนันทาราม วัดบุพพาราม
วัดป่าพร้าวนอก วัดผ้าขาว
วัดพวกเปีย

 

วัดฟ่อนสร้อย
วัดศรีดอนไชย วัดศรีปิงเมือง
วัดศรีสุพรรณ
วัดหมื่นสาร วัดหัวฝาย
วัดเกตการาม วัดเชตุพน
วัดท่าสะต๋อย วัดเมืองสาตรน้อย
วัดเมืองสาตรหลวง วัดสันป่าข่อย
วัดหม้อคำตวง




แหล่งท่องเที่ยว อื่น ๆ

แผนปฏิบัติงานโครงการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ 2552
แอ่ว.. ดอยอินทนนท์ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.